วันจันทร์ที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2553

ขั้นตอนและกลยุทธ์ในการทำ e-commerce

| |



ขั้นตอนการเข้าสู่ธุรกิจ e-Commerce 5 ขั้นตอน
(เรียบเรียงจาก e-Commerce และกลยุทธ์การทำเงิน โดย วัชระพงศ์ ยะไวทย์ สำนักพิมพ์ซีเอ็ด หน้า 28)
ขั้นตอนทั้ง 5 นี้ ทำให้รู้ว่าจะพัฒนา e-Commerce .. อย่างไร
ขั้นตอน 1 - สำรวจโอกาสทางการตลาดด้วยระบบค้นหาข้อมูล (Market Search)
ขั้นตอน 2 - วางแผนการตลาด และพัฒนาเว็บเพจ (Planning and Development)
ขั้นตอน 3 - นำเว็บเพจเข้าสู่ระบบอินเทอร์เน็ต และจัดตั้งเว็บไซต์ (Install)
ขั้นตอน 4 - โฆษณา และประชาสัมพันธ์เว็บไซต์ (Promotion)
ขั้นตอน 5 - ติดตามผล ปรับปรุง และบำรุงรักษา (Evaluation and Maintainance) ลักษณะพิเศษของการทำการค้าบนเว็บ : ไม่มีพรมแดน, ตัวต่อตัว, ตัดสินใจจากข้อมูล, กิจกรรมผสม, ไปถึงคนทั่วโลก, โต้ตอบทันควัน, ทำได้ 24 ชั่วโมง
ขั้นตอนที่ต้องปฏิบัติเพื่อความสำเร็จในการทำ e-Commerce มี 9 ขั้นตอน
(เรียบเรียงจาก e-Commerce และกลยุทธ์การทำเงิน โดย วัชระพงศ์ ยะไวทย์ สำนักพิมพ์ซีเอ็ด หน้า 234)
ขั้นตอนทั้ง 9 นี้ มีความชัดเจนที่ส่งเสริมให้เกิดการปฏิบัติในทาง e-Commerce อย่างมาก
1. แต่งตั้ง คณะกรรมการควบคุมดูแล (Committee) ซึ่งควรจะมี ฝ่ายขาย การตลาด และผู้บริหารที่มีอำนาจตัดสินใจเป็นแกนหลัก
2. วิจัยตลาด (Marget Research) โดยผ่านทางระบบค้นหา เพื่อหาช่องว่าง และโอกาสทางการตลาด
3. กำหนด กลุ่มเป้าหมาย (Marget Target) ที่เราจะขายสินค้าให้ ซึ่งในที่นี้จะเน้นที่กลุ่มที่มีพฤติกรรมที่เหมือนกัน 4. วางแผนกลยุทธ์ (Strategic Planning) ด้านสินค้าว่า จะขายอะไร หรือปรับปรุงอย่างไร ตั้งราคาเท่าใด โดยปรับตามปัจจัย และพฤติกรรมที่ใช้ในการตัดสินใจซื้อของกลุ่มเป้าหมาย และวางกลยุทธิ์การพัฒนาเว็บเพจ หลังจากนั้นมอบหมายให้คณะทำงานอีคอมเมอร์ซที่แต่งตั้งขึ้นมา เพื่อนำไปปฏิบัติการ
5. ทำการ พัฒนาเว็บเพจ (Webpage Developing) ตามที่ได้วางกลยุทธ์ไว้ ซึ่งการจัดรูปแบบจะต้องสอดคล้องกับพฤติกรรมในการตัดสินใจซื้อ
6. ติดตั้ง ระบบอีคอมเมิร์ซ (e-Commerce System) เลือกระบบตะกร้า และวิธีการจ่ายเงินที่เหมาะสม
7. จดทะเบียนชื่อโดเมน (Domain Name Registration) (อาจจะทำการจดไว้ก่อนตั้งแต่ขึ้นตอนแรก หากกลัวชื่อที่ต้องการหมด และสามารถตกลงกันได้ว่าจะเอาชื่อใด) และนำเว็บเพจที่ออกแบบเสร็จแล้ว เข้าสู่ระบบอินเทอร์เน็ต หรืออัปโหลดขึ้น เว็บเซิร์ฟเวอร์ เสร็จแล้วก็ทำการลงทะเบียนในระบบค้นหา และประชาสัมพันธ์ด้วยวิธี หรือสื่ออื่น
8. ตรวจวัดผลระยะเวลา 1, 3 และ 6 เดือน (Evaluation) เพื่อปรับแต่งจนสอดคล้องกับพฤติกรรม และความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย
9. เฝ้าดูแล (Monitor) และปรับปรุงเนื้อหา ตามกำหนดระยะเวลา เช่น ทุกสัปดาห์ หรือทุกเดือน
ลักษณะพิเศษของการทำการค้าบนเว็บ : ไม่มีพรมแดน, ตัวต่อตัว, ตัดสินใจจากข้อมูล, กิจกรรมผสม, ไปถึงคนทั่วโลก, โต้ตอบทันควัน, ทำได้ 24 ชั่วโมง

กลยุทธ์ที่จำเป็นสำหรับการเปิดร้านออนไลน์
(เรียบเรียงจาก Computer review ฉบับ 189 เดือนพฤษภาคม 2543 )
1. สินค้าต้องน่าสนใจ และมีจำนวนมากพอ เพื่อให้ผู้ใช้รู้สึกเห็นความหลายหลาย และเข้ามาที่ร้านอีก
2. รายละเอียดสินค้าครบถ้วน ตรงตามความจริง ไม่คุยสรรพคุณเกินจริง หรือแอบใส่ไข่ เป็นอันขาด
3. สินค้ามีอยู่จริง และต้องหาให้ลูกค้าได้ทันทีที่สั่งซื้อ
4. การออกแบบเว็บต้องดี น่าดู น่าสนใจ มีลูกเล่นที่ดี
5. การประชาสัมพันธ์ต้องเยี่ยม มีการส่งจดหมายข่าว หรือโฆษณาผ่าน banner exchange

สิ่งที่ควรมีสำหรับการเปิดร้านบนอินเทอร์เน็ต
(เรียบเรียงจาก Computer review ฉบับ 189 เดือนพฤษภาคม 2543)
1. หน้าร้าน และพื้นที่ของร้าน ยิ่งกว้างยิ่งดี (Shop Showing)
2. ต้องมีตะกร้า ซื้อและคำนวณเงินได้ ก่อนจ่ายจริง (Shopping Cart)
3. อีเมล์ตอบรับ เมื่อมีผู้สนใจสั่งสินค้า ควรสั่งให้ทั้งลูกค้า และตัวคุณ(E-Mail response)
4. รับชำระด้วยบัตรเครดิต หลังจากทุกอย่างลงตัว (Credit Card Acception)
5. สถิติ และรายงาน เห็นความก้าวหน้าของเว็บ (Statistic)
6. เทมเพลตการออกแบบ ช่วยให้ออกแบบหน้าร้านได้ง่ายขึ้น (Template)
7. การประชาสัมพันธ์ ต้องถึงกลุ่มลูกค้า (Advertising)

การชำระเงิน
(เรียบเรียงจาก Computer review ฉบับ 189 เดือนพฤษภาคม 2543 )
1. รับชำระเงินสด เมื่อส่งสินค้า
2. รับสินค้าที่ร้าน พร้อมชำระเงินสด
3. พัสดุเก็บเงินปลายทาง
4. การโอนเงิน หรือ เช็ค เข้าบัญชี ก่อนส่งสินค้า
5. ขอผู้ขายติดต่อไปยังผู้ซื้อ หลังสั่งซื้อ เพื่อตกลงกัน
6. การชำระเงินด้วยบัตรเครดิต

ธนาคารที่ให้บริการรับชำระเงินด้วยบัตรเครดิตผ่าน internet
1. asianpay.com :: มีทั้งภาษาไทย และอังกฤษ สำนักงานอยู่เชียงใหม่
2.
thaiepay.com :: ทำให้เว็บเรา รับชำระเงินผ่านบัตรเครดิตได้
THAIEPAY เป็นบริการตัดบัตรเครดิตออนไลน์ ที่พัฒนาระบบขึ้นโดยบริษัท โพลาร์ เว็บแอปพลิเคชั่น จำกัด กล่าวคือ หากคุณมีเว็บไซต์ ที่ขายสินค้า หรือบริการออนไลน์ แล้วต้องการอำนวยความสะดวกให้แก่ลูกค้าของคุณ สามารถจ่ายเงินผ่านระบบออนไลน์ได้ทันทีด้วยบัตรเครดิต คุณสามารถใช้ระบบของ THAIEPAY เป็นตัวกลางในกระบวนการเหล่านี้ได้ เมื่อลูกค้าจ่ายเงินผ่านระบบของเรา เราก็จะจัดส่งเงินเหล่านี้ต่อให้แก่คุณโดยตรง (ปรับปรุง : สิงหาคม 2547)
3.
thailandpay.com :: คล้าย thaiepay.com (ตรวจเมื่อ มกราคม 2549 และกันยายน 2551 พบว่าปิดปรับปรุง)
"ระบบชำระเงินผ่านบัตรเครดิตออนไลน์"(Online Payment Gateway) ที่อำนวยความสะดวก ให้ลูกค้าทุกท่านสามารถทำการค้า ผ่านระบบออนไลน์ e-commerce ได้อย่างสะดวกปลอดภัยในราคาที่คุณพึงพอใจโดยท่านสามารถ รับเงินจากบัตรเครดิตของลูกค้าท่านได้โดยตรงผ่านระบบของ Thailand Pay ซึ่งท่านสามารถที่จะจัดการการชำระเงิน จาก ลูกค้าได้อย่างอิสระไม่ว่าจะเป็นการตัดวงเงินหรือการยกเลิกวงเงิน ระบบ E-PAYMENT ของ Thailand Pay เป็นระบบมาตรฐานเดียวกับสถาบันการเงินชั้นนำ ที่ให้ความสะดวกในการ ใช้บริการแก่ท่านโดยที่
- ไม่จำเป็นต้องจดทะเบียนเป็นบริษัทฯ
- ไม่จำเป็นต้องวางเงินมัดจำ ในการขอ
ใช้บริการ
- ระบบพร้อมใช้งานภายใน 24 ชม. หลังจากที่ลงทะเบียนเรียบร้อยแล้ว
ได้รับคำแนะนำเว็บนี้จาก คุณนิเวช งามสง่า niwechn@yahoo.com 09-7688-200
4. บัตรเครดิต ไทยพาณิชย์ Tel.0-2777-7777 scbcreditcard.com
5. ธนาคารกรุงเทพ Tel.0-2638-4000 bangkokbank.com
6. ธนาคารกรุงไทย Tel.0-2255-2222 ktb.co.th

การพิจารณาอนุมัติการให้มีการตัดบัตรเครดิต
คัดลอกมาจาก http://www.jjshop.com/MES/business.html (ตรวจสอบ jjshop.com เมื่อ กรกฎาคม 47 พบว่าเว็บนี้หายไปแล้ว) ข้อมูลเมื่อ 4 กรกฏาคม 2543
1. จะต้องมีทะเบียนนิติบุคคล เช่น สามัญนิติบุคคล (ร้านค้า) ห้างหุ้นส่วนจำกัด หรือ บริษัท จำกัด
2. ทุนจดทะเบียน จะไม่ต่ำกว่า 5 แสนบาท (ตัวเลขนี้ เปลี่ยนแปลงตามสถาบันการเงิน บางแห่ง อาจต้องการทุนจดทะเบียนไม่ต่ำกว่า 2 ล้านบาท และหวังว่า จะมีการลดหย่อน ภายในปีนี้)
3. ระยะเวลาในการประกอบการ จนถึงวันพิจารณา จะไม่น้อยกว่า 3 ปี (ตัวเลขนี้ เป็นปัญหากับผู้ประกอบการขนาดเล็ก หรือ ผู้ที่ริเริ่มเข้ามาประกอบธุรกิจ ซึ่งอาจมีการลดหย่อน ภายในปีนี้)
4. จะต้องมีเงินมัดจำ 3-5 หมื่นบาท เป็นเงินฝากประจำ ถอนไม่ได้ เป็นเงินสดค้ำประกันบัญชี
5. ในบางกรณี ทางสถาบันการเงิน จะจัดเจ้าหน้าที่เข้าเยี่ยมเยียน สถานประกอบการของท่าน เพื่อดูความเสี่ยง ในการประกอบธุรกิจของท่าน ต่อสถาบันการเงินนั้น (บุคคลธรรมดา หมดสิทธิ์แน่นอน)
ด้วยกฏเกณฑ์ดังกล่าวข้างต้น ในปัจจุบัน จะพบได้ว่า จะมีเพียง ผู้ประกอบการขนาดกลางที่มั่นคง เท่านั้น ที่อาจจะผ่านกฏเกณฑ์ข้างต้นดังกล่าว แต่โอกาสแทบจะไม่มี ของผู้ประกอบการขนาดเล็ก หรือบุคคลธรรมดา ที่อยากเริ่มประกอบธุรกิจ โดยอาศัยการบริการตัดบัตรเครดิต จะได้รับการพิจารณาจากสถาบันการเงินในประเทศไทย
JJshop.com จะประกอบด้วย ผู้ประกอบการขนาดเล็ก หรือบุคคลธรรมดา ที่อยากเริ่มประกอบธุรกิจ เป็นส่วนใหญ่ ดังนั้น หนทางของกลุ่มส่วนใหญ่ดังกล่าว คือ การผ่อนคลายกฏเกณฑ์ของสถาบันการเงินในประเทศ หรือ การหันไปใช้ การบริการของต่างประเทศ ที่ไม่ได้เคร่งครัดกฏเกณฑ์ในข้างต้น

0 ความคิดเห็น:

go-top

แสดงความคิดเห็น

ที่สามารถติดต่อได้

ขณะนี้เวลา...

Giggub

free counters

ค้นหาบล็อกนี้

ผู้ติดตาม

My Playlist

Guestbook

calendar (ปฏิทิน)

 
 

Gigclub | Diseñado por: Compartidísimo
Con imágenes de: Scrappingmar©

 
top